deepfake คืออะไรและส่งผลกระทบอย่างไรบ้าง

ปัจจุบันการต่อสู้ทางธุรกิจ หรือ การต่อสู้ระหว่างประเทศอะไรเป็นเรื่องสำคัญสุด คำตอบก็คือ เรื่องข้อมูล ข่าว เป็นสิ่งที่สำคัญมาก จะเห็นว่าข่าวในยุคปัจจุบันนี้ถูกส่งออกมาเยอะมากทั้งข่าวจริง ข่าวปลอมปนกันมั่วไปหมด เราเองในฐานะคนเสพก็ต้องใช้วิจารณญาณว่าควรจะเชื่ออย่างไร ยิ่งตอนนี้มี deepfake เข้ามาด้วย ยิ่งต้องระวังให้ดี ว่าแต่สิ่งนี้คืออะไร ส่งผลกระทบอย่างไร

Deepfake จากของเล่น สู่เครื่องมืออันน่ากลัว

สำหรับ deepfake นั้นก็คือ คลิปปลอมที่ทำขึ้นแบบแนบเนียนมากเราไม่สามารถแยกแยะได้เลย เพราะมันทำมาจาก Ai เป็นตัวช่วย ยกตัวอย่างเช่น คลิปของท่านประธานาธิบดี บารัค โอบาม่า ได้ออกมาพูดอะไรสักอย่างโดยที่ท่านไม่เคยออกมาพูดเลย แต่คลิปนั้นทั้งภาพ เสียง การขยับปากตรงกันหมด แบบที่เรามองเผินแยกได้ยากมากว่านี่เป็นเรื่องจริงหรือคลิปตัดต่อ

ต้นกำเนิดของ deepfake

การเกิดขึ้นของ Ai ตัวนี้ต้องย้อนกลับไปที่ปี 2017 ได้มีคนเล่นสนุกคนหนึ่งในชุมชนบน reddit (ชุมชนที่คล้ายกับ พันทิพแต่เป็นเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ) ใช้นามแฝงว่า deepfake เค้าใช้โปรแกรมบางอย่างสลับหน้า ดาราทั่วไป กับดาราหนังโป๊ เพื่อสร้างสีสันสนุกๆขำๆ แต่จากการตัดต่อภาพนิ่งเค้าได้พัฒนาการตัดต่อจนกลายเป็นภาพเคลื่อนไหวจนกลายเป็นคลิปโป๊ ที่นำแสดงโดยดาราดังแบบแนบเนียนมาก แน่นอนว่าตอนนั้นทำเพื่อความสนุกสนาน แต่มีคนเอามันไปพัฒนาต่อพร้อมกับเป้าประสงค์การใช้ที่เปลี่ยนแปลงไป

จากความสนุกสู่เครื่องมือที่น่ากลัว

อย่างที่เราบอกไปว่ายุคนี้เป็นการแข่งขันในเรื่องของข่าวสาร เดิมที deepfake มันยังทำงานได้ไม่ดีพอทำให้มองเห็นจุดอ่อน และมองเห็นว่ามันเฟค และ ตัดต่อเต็มไปหมด แต่เทคโนโลยีก็พัฒนามันให้เหลือจุดอ่อนน้อยลงไปเรื่อยๆจนทำให้สุดท้ายมันเหมือนจริงมาก จนตอนนี้มันกลายเป็นเครื่องมืออันน่ากลัวและทรงพลังมากชิ้นหนึ่งทางการเมืองการปกครองในยุคนี้เลย

ทำไมเครื่องมือนี้จึงน่ากลัว ลองนึกภาพว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่เดิมก็มักจะสัมภาษณ์แบบขวานผ่าซากและพูดไม่เข้าหูจากวาทะกรรมหลายครั้ง มาโดน deepfake สร้างการพูดอะไรสักอย่างที่ก่อให้เกิดความเกลียดชัง อย่างประเด็นคนผิวสี แบบที่น้ำเสียง ท่าทาง สำนวนการพูด และการขยับปากตรงกันดูสิ จะเกิดอะไรขึ้น บอกเลยว่าจะเกิดการจราจลประเด็นนี้แบบรุนแรงเลยทีเดียว แม้จะออกมาบอกว่าไม่ได้พูดแต่เชื่อเหอะกว่าจะพิสูจน์ได้ว่ามันเป็น deepfake จริงคนก็เชื่อกันไปเยอะแบบถอยกลับไม่ได้แล้ว

หรือในเคสเดียวกัน หากเป็นท่านนายกรัฐมนตรีของเราอย่างท่านประยุทธ์ จันโอชา โดนตัดต่อ deepfake เกี่ยวกับฝ่ายตรงข้ามอะไรสักอย่าง เพียงเท่านี้ก็เป็นประเด็นทางการเมืองที่ท่านจะต้องแก้ตัวอีกนานเลยกว่าจะเชื่อกัน แถมยังเป็นเครื่องมือให้ฝ่ายตรงข้ามเล่นงานท่านได้ด้วย เห็นไหมว่า deepfake มีความน่ากลัวขนาดไหน คลิปตัดต่ออย่างแนบเนียนเพียงไม่กี่นาที อาจจะสร้างความเกลียดชังให้อีกฝ่ายจนกลายเป็นเรื่องราวบานปลายได้แบบสุภาษิตว่า น้ำผึ้งหยดเดียว

ผลกระทบของ deepfake

แล้ว deepfake ส่งผลกระทบอะไรกับเราบ้าง แน่นอนว่าการรับสารของเราต่อจากนี้ จะต้องระมัดระวังมากขึ้นพร้อมกับคำถามที่ผุดขึ้นมาในหัวว่า คลิปที่เราเห็นนั้นเชื่อถือได้มากน้อยแค่ไหน ยิ่งถ้าเป็นเรื่องการเมืองยิ่งร้อนแรงมากกว่าเดิมมาก หรือหากในอนาคต การทำ deepfake สามารถทำได้ในระดับประชาชนทั่วไป คลิปเกี่ยวกับคนใกล้ตัวของเราอย่างหัวหน้างานสั่งงานเราจะเชื่อได้อย่างไรว่า หัวหน้าสั่งมาจริง ยังไม่รวมถึงคลิปของคนที่ไม่หวังดีเอาตัวเราไปตัดต่อ เพื่อสาดโคลนอีกต่างหาก ซึ่งมันจะน่ากลัวมากหากเราโดนกระทำแบบนั้น กว่าจะเคลียร์ตัวเองให้รู้เรื่องได้คงใช้เวลานานเลย จะบอกว่า deepfake เป็นเครื่องมือที่สร้างความเกลียดชังอันสมบูรณ์แบบก็คงจะไม่ผิดนัก

About the Author

admin